ประวัติศาสตร์วงศ์วานบนีอิสรออีลและชาติยิว (1)




            คำว่า “อิสรออีล” คือชื่อรองหรือชื่อขานของท่านนบียะอฺกูบ อิบนุ อิสฮาก อิบนุ อิบรอฮีม อะลัยฮิมุสสลาม ที่ถูกประทานโดยอัลลอฮฺ ซ.บ. ซึ่งหมายถึง “บ่าวของอัลลอฮฺ” ถึงแม้ว่าชื่อขานนี้จะถูกเจาะจงไปยังนบียะอฺกูบ อะลัยฮิสสลาม แต่ถ้าพูดถึงวงศ์วานของบนีอิสรออีลแล้ว เราจะแยกออกจากประวัติศาสตร์ของนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลามไม่ได้ เพราะวรรณกรรมทางศาสนาทั้งหมดล้วนกำหนดว่า นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม คือบิดาผู้เป็นแบบอย่างของศาสนาแห่งฟากฟ้า (Deen al-Samawi)
            นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม เดิมเป็นชนเผ่าตระกูลสมิท (Smith) เป็นหนึ่งในเผ่าที่อาศัยอยู่ในดินแดนอาหรับกลางและอาหรับเหนือ จากนั้นก็แพร่ขยายมายังอาณาจักรบาบิโลน (อิรัก) และเอเชีย ด้วยเหตุนั้น ตระกูลสมิทยังคงปักหลักที่ดินแดนอาหรับและเป็นบรรพบุรุษของชาวอาหรับ ในขณะที่บรรพบุรุษของตระกูลอาชูรา (Asyur) และอิสรออีลได้แพร่ขยายไปยังดินแดนเอเชียและปาเลสไตน์
            ถ้าจะเรียงต้นตระกูลของนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม แล้วจะพบว่า อิบรอฮีม อิบนุ ตารีค อิบนุ มาฮูร อิบนุ ซารูฆ อิบนุ รออูบิน อิบนุ ฟาลีจ อิบนุ อาบีร อิบนุ อัรฟัคชีด อิบนุ ซาม อิบนุ นูฮฺ อิบนุ ลามิก อิบนุ เมตูซาเลหฺ อิบนุ อิดรีส อิบนุ ยารอด อิบนุ มะฮฺลายิล อิบนุ กอนีน อิบนุ อันวัช อิบนุ ซีตซฺ อิบนุ อะดัม (Ibrahim bin Tarikh/Azar bin Mahur bin Sarugh bin Rau’ bin Falij bin Abir bin Syalikh bin Arfakhsyid bin Sam bin Nuh bin Lamik bin Mutwasyalah bin Khanukh (Idris a.s) bin Yarad bin Mahlayil bin Qanin bin Anwasy bin Syits bin Adam)
            ท่านนบีอิบรอฮิม อะลัยฮิสสลาม เกิดที่ เมืองเอาร์ (Aur) ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรบาบิโลน หลังจากที่รอดพ้นจากกษัตริย์นัมรูด ท่านพร้อมกับภรรยาทั้งสองคนและลูกพี่ลูกน้องของท่าน ลูฏ อะลัยฮิสสลาม ได้อพยพไปยังดินแดนคะนะอันหรือปาเลสไตน์ ณ ขณะที่ท่านนบีอิบรอฮีมอพยพไปนั้น ซึ่งที่นั่นมีกษัตริย์ทรงคุณธรรมกำลังปกครองอยู่ นามว่า กษัตริย์ซิดดีกหรือเมลกีเซเด็ค (Melkisedeq)
            เมื่อดินแดนคะนะอันเข้าสู่สภาวะข้าวยากหมากแพง ท่านก็ได้ละทิ้งดินแดนแห่งนี้และอพยพไปยังอียิปต์จนภายหลังท่านได้กลับมายังดินแดนคะนะอันและอาศัยอยู่ที่นั่นอีกครั้งจนกระทั่งเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝั่ง ณ เฮบรอน (Hebron)
            หลังจากที่ท่านกลับจากอียิปต์ ท่านได้ลูกชายสองคนคือ อิสมาอีลและอิสฮาก ตามคัมภีร์บท Genesis ได้ระบุว่า อิสมาอีลคือบุตรชายของอิบรอฮีมผ่านภรรยาคนที่สองของท่านชื่อ ฮาญัร และขณะที่อิสมาอีลเกิดนั้น นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลามบิดาของท่านอายุ 86 ปี อิสมาอีลและมรรดาของท่านถูกอพยพไปยังมักกะฮฺและเป็นต้นตระกูลของชนชาติอาหรับ ตามรายงานของ เชค ชาฟียุรรอฮฺมาน มูบาร็อกฟูรีย์ จากหนังสือ “ซีเราะฮฺ อันนาบาวียะฮฺ” ได้ระบุว่า ฮาญัร ภรรยาคนที่สองของนบีอิบรอฮีมคือบุตรสาวของกษัตริย์อียิปต์ (Sirah Nabawiyah P.28) ในขณะที่ อิสฮาก เกิดจากภรรยาคนแรก ซาราห์ ตอนที่นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลามมีอายุ 100 ปี
            ในขณะเดียวกัน อิสฮาก อะลัยฮิสสลาม มีบุตรชายชื่อ ยะอฺกูบ อะลัยฮิสสลาม ซึ่งในภายหลัง ยะอฺกูบ อะลัยฮิสสลาม ถูกขนานนามว่า “อิสรออีล” เป็นชื่อต้นตระกูลของวงวานศ์บนีอิสรออีลมาจนถึงปัจจุบัน ตระกูลนี้สืบเชื้อสายจากบรรดาบุตรชายของท่านทั้ง 12 คน คือ รูเบน, ชัมอูน, เลวี, เศบุลูน, อิศัคคัร, ญาฮูซา, ดาน, ญาด, อาชูร, นัฟทาลี, ยูซุฟ และบุนญามิน
            อิสฮาก, ยะอฺกูบ อะลัยฮิสสลาม และลูกหลานของท่านปักหลักถิ่นฐาน ณ ดินแดน คะนะอันหรือปาเลสไตน์ในปัจจุบัน ภายหลังการเสียชีวิตของอิสฮาก อะลัยฮิสสลาม คะนะอันประสบกับภัยพิบัติข้าวยากหมากแพง ยะอฺกูบ อะลัยฮิสสลาม พร้อมกับครอบครัวของท่านประมาณ 70 คน ได้อพยพไปยังอียิปต์ ซึ่งขณะนั้นลูกชายของท่านที่ชื่อ ยูซุฟ อะลัยฮิสสลาม กำลังดำรงตำแหน่งเป็นวะซีร (Wazir) ของรัฐบาลอียิปต์
            ลูกหลานของบนีอิสรออีลได้พัฒนาดินแดนอียิปต์ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมีชีวิตที่สงบสุข จนกระทั่งยุคสมัยกษัตริย์ฟาโรห์ที่ 13 ของอียิปต์ถูกโค่นล้มจากการรุกรานของอาณาจักรไฮก์ซอซ (Hyksos) จนเป็นเหตุให้อียิปต์ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรไฮก์ซอซ ตั้งแต่ยุคสมัยกษัตริย์ฟาโรห์ไฮก์ซอซ ที่ 14 จนถึงที่ 17 จวบกับการจากไปของยูซุฟ อะลัยฮิสสลาม ทำให้ความสงบสุขของบนีอิสรออีลลดลงแย่ไปด้วย ภายหลังจากนั้น ทายาทของยุคสมัยกษัตริย์ฟาโรห์อียิปต์ที่ 13 สามารถแย่งอำนาจการปกครองจากอาณาจักรไฮก์ซอซคืนมาได้ และฟื้นฟูอาณาจักรอียิปต์ขึ้นมาใหม่ โดยกษัตริย์ที่ชิงอำนาจมาได้แต่งตั้งตัวเองเป็นปฐมกษัตริย์แห่งยุคฟาโรห์อียิปต์ ที่ 18 ในศตวรรษที่ 16 ก่อนคริสตศักราช อาณาจักรอียิปต์เจริญถึงขีดสุดและสามารถแก้แค้นทำลายคู่อริอย่างราบคาบได้เมื่อกษัตริย์รามเสสที่ 2 (ปี 1301-1234 ก่อนคริสต์ศักราช)ขึ้นมาสู่บัลลังค์แห่งยุคสมัยฟาโรห์อียิปต์ที่ 19
           
            บนีอิสรออีลในยุคของนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม (Moses) (ศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสต์ศักราช)
            วงศ์วานบนีอิสรออีลที่อยู่ในอียิปต์ถูกรังแก กดดัน ฆ่าฟันและกลายเป็นทาสให้แก่กษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ จนกระทั่งได้หลุดรอดพ้นโดยการนำของนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม โดยคำสั่งของพระผู้เป็นเจ้าไปยังดินแดนคะนะอันในศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสต์ศักราช
            แต่กระนั้นก็ตาม ส่วนใหญ่ของบนีอิสรออีลที่ติดตามนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม มีนิสัยที่ดื้อรั้น ปฏิเสธคำสอนของท่านและปฏิเสธที่จะเข้ายังดินแดนคะนะอัน เนื่องด้วยที่นั่นมีกลุ่มชนที่แข็งแกร่งกว่าอาศัยถิ่นฐานอยู่แล้ว กลุ่มชนที่ว่าคือ กลุ่มชนญาบารีน (Jabariin)
            ในบรรดาผู้ติดตามทั้งหมดนั้น มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เชื่อฟังและยอมรับคำสั่งของท่าน คือ ยูซะอฺ บิน นูน (Yusya bin Nun) และกาลิบ บิน เยากอนะ (Kalib bin Yauqana) เหตุที่พวกเขาปฏิเสธการเชื่อฟังครั้งนี้ พระผู้เป็นเจ้าได้ลงโทษให้พวกเขาหลงทางอยู่ในทะเลทราย (ทุ่งติหฺ) นาน 40 ปี มูซาและฮารูน อะลัยฮิสสลามเสียชีวิตในช่วงเวลานี้ ภายหลัง ยูซะอฺ บิน นูน ได้ถูกยกระดับให้เป็นศาสนทูต และต้องสานต่อภารกิจของนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม ในการพาบนีอิสรออีลเข้าไปยังดินแดนคะนะอัน ภายใต้การนำของท่าน ท่านนำกลุ่มชนบนีอิสรออีลเข้าไปยังดินแดนใหม่โดยผ่านแม่น้ำอุรดุน และสามารถตีป้อมปราการอารีฮา (Ariha fort) ได้หลังจากที่ท่านห้อมล้อมมานานกว่า 6 เดือน หลังจากที่ท่านปกครองเมืองอารีฮาได้ไม่นาน ท่านก็สามารถปลดปล่อยเยรูซาเล็ม (Jerusalem or Baitul Maqdis) และตั้งรกรากที่นั่นพร้อมกับประชาชาติของท่าน ตามรายงานของอิบนุ ญะรีรฺ ได้กล่าวว่า ภายหลังการเสียชีวิตของท่านนบียูซะอฺ บิน นูนแล้ว คนที่เป็นผู้นำบนีอิสรออีลหลังจากท่านก็จะมี กาลิบ บิน ยูฟานาอฺ, ฮิซกิล บิน บุดซี, อิลยาส, อิลยาสะอฺ และซามูเอล

ความคิดเห็น