จงเป็นนักอ่าน!!

เครดิตรูปภาพ : mylibrary4u.wordpress.com

      เปรียบเสมือนหนังสือดั่งหน้าต่างของโลก และการอ่านหนังสือคือวิธีการหนึ่งในการที่จะเปิดหน้าต่างนั้นออกมา เพื่อที่จะได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนโลกซึ่งเป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อน
            จากข่าวที่ออกมา สถิติการอ่านหนังสือของนักศึกษาไทยอยู่ในสถานการณ์ที่โคม่า ฟังแล้วรู้สึกหดหู่จนกลืนไม่ลงคายไม่ออกเลยทีเดียว เพราะจากสถิติของการอ่านแต่ละปีของเด็กไทย ยิ่งนับวันยิ่งลดลงอย่างน่าใจหาย ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับนักศึกษายุโรปหรืออเมริกา เพราะเรื่องการอ่านของเด็กเขาพัฒนาไปไกลจนเราตามไม่เห็นฝุ่น แค่ออกมาชะเง้อมองเพื่อนบ้านเราอย่าง เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงค์โปรหรืออินโดนีเซียก็พอ เราก็ยังตามเขาไม่ทันแล้ว เพราะยิ่งนับวัน นักศึกษาเขายิ่งพัฒนาไปไกล ยิ่งนับวันประเทศเขายิ่งให้ความสนใจและสนับสนุนให้เด็กๆอ่านหนังสือกันมากขึ้น ยิ่งประเทศอินเดียละก็ ไม่ต้องพูดถึง เพราะจากสถิติที่ออกมาโดยเฉลี่ยแล้ว นักศึกษาอินเดียอ่านหนังสือวันละสิบชั่วโมงต่อวันต่อคน (โอ้โห....จะอ่านเยอะไปถึงไหนเนี้ยยย) เราไม่เอะใจเลยว่า ทำไมประเทศเค้าถึงได้พัฒนาและเจริญรุ่งเรืองเกือบจะเป็นมหาอำนาจของโลกได้ เป็นเพราะการอ่าน การอ่านทำให้คนมีความรู้ การอ่านทำให้สังคมพัฒนา การอ่านทำให้คนยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างได้ การอ่านทำให้คนมีมุมมองที่กว้างไกล สังคมที่พัฒนาคือสังคมที่มีนักอ่าน จะเป็นนักเขียนก็ต้องมาจากการเป็นนักอ่านมาก่อน ยกตัวอย่างในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่ผมศึกษาอยู่(Maulana Azad Library, AMU, India)เป็นห้องสมุดที่คึกคักมาก ไม่เงียบเหงาเหมือนห้องสมุดที่เกือบจะเป็นป่าช้าในบ้านเรา นักศึกษาแย่งเก้าอี้แย่งที่นั่งกันเพื่อที่จะอ่านหนังสือ ห้องสมุดมีนักศึกษาเข้าออกอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ห้องสมุดต้องปิดเวลาทำการถึงตีสองกว่าๆ ช่วงฤดูสอบ ห้องสมุดจะปิดตีสี่กว่าๆ แต่นี่มันบ้านเค้า บ้านเราล่ะ?? เอิ่มมม เวลาของเราในแต่ละวี่แต่ละวันแต่ละค่ำแต่ละคืนที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านจากไปโดยไม่หวนกลับคืนมานั้น เรามัวไปทำอะไร?? เวลาส่วนใหญ่ของเราหมดไปกับสิ่งใด??ใช้เวลาหมดไปกับสิ่งที่มีประโยชน์หรือไม่?? แต่อย่าลืมว่า หนึ่งจากคำถามที่เราจะต้องถูกถามในวันแห่งการสอบสวนนั้นก็คือเวลา เรากับเขาก็คงมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ไม่ได้น้อยกว่าเขา ไม่ได้มากกว่าเขา แต่........ เป็นเพราะโซเซียลเน็ตเวิร์คมั้ยที่มาแย่งเวลาเราไป หรือไม่เกี่ยวกับเวลาแต่เป็นเพราะราคาหนังสือที่แพงเกินไปหรือเปล่า หรือร้านหนังสือบ้านเราหายาก หรือเป็นเพราะตัวเราเองที่ขี้เกียจ?? เรา.....ในฐานะที่เป็นนักศึกษามุสลิม สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นนักศึกษาแห่งนักอ่าน เพราะโองการแรกของอัลกุรอานที่ถูกลงมายังท่านรอซูล (ซ.ล) คือ อิกเราะ (จงอ่าน)    คงไม่ยากเกินไปสำหรับเราที่จะทำให้เราใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เพียงแค่ตั้งเป้าหมายให้ตนเองแล้วก็เริ่มต้น เพราะความสำคัญของการงานทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การเริ่มต้น อ่านวันละนิดวันหน่อยแล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนหน้าให้เยอะขึ้น โดยเริ่มจากอ่านหนังสือในเรื่องที่เราชอบก่อนเพื่อฝึกตัวเองให้เป็นคนที่รักการอ่าน ท่านอีหม่ามนาวาวีใช้เวลาส่วนใหญ่ของท่านในการอ่านหนังสือ แสวงหาความรู้ แม้กระทั่งช่วงที่ท่านรับประทานอาหาร หรือกำลังอยู่ระหว่างทาง ท่านก็ไม่ปล่อยให้เวลาของท่านเสียประโยชน์เลย

ความคิดเห็น