นิยามประวัติศาสตร์โดยสังเขปตามแนวคิดของอิบนุ คอลดูน




        มีข้อมูลเชิงลึกต่างๆมากมายในแง่ความหมายของคำว่า “ประวัติศาสตร์” ตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้หยิบยกออกมา และจากความหมายทั้งหมดนั้น พบว่า จะมีคำนิยามเดียวที่บรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญต่างๆได้ให้อย่างเห็นพ้องต้องกันนั้นคือ “เหตุการณ์ต่างๆที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างเหตุการณ์ในอดีตกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น”
            ถ้าตามแนวคิดของ อิบนุ คอลดูน แล้ว “ประวัติศาสตร์มีหน้าที่หลายประการและมีจุดมุ่งหมายอันสูงส่งในการคำนึงถึงเหตุการณ์ต่างๆภายใต้ศาสตร์แห่งหลักปรัชญาและมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาบนพื้นฐานสังคมศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณี”
            อิบนุ คอลดูน เป็นหนึ่งในนักประวัติศาสตร์ที่โด่งดังในโลกมุสลิม ท่านมักจะถูกยกให้เป็นบิดาแห่งนักประวัติศาสตร์ นักสังคมศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ ชื่อเต็มของท่านคือ อบูซัยด์ อับดุรรอฮฺมาน อิบนุ มุฮัมหมัด อิบนุ คอลดูน อัล ฮัดรอมีย์ (Abu Zaid 'Abdur Rahman bin Muhammad bin Khaldun al-Hadrami) หรือรู้จักกันในนาม อิบนุ คอลดูน บิดา มารดาของท่านแต่เดิมเป็นชาวอาหรับเยเมน แต่ตั้งรกรากในดินแดนสเปน หลังจากการล่มสลายของเซบียา (Seville) ครอบครัวของท่านได้อพยพไปยังตูนิเซีย อิบนุ คอลดูนเกิดที่ตูนีเซียในปี ค.ศ. 1332 ซึ่งที่นั่นท่านได้รับการอบรมและการศึกษาในช่วงต้นชีวิตของท่าน เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น ท่านเริ่มทำงานให้กับผู้ปกครองอียิปต์ สุลต่าน บัรกูค (Sultan Barquq) ท่านเป็นคนที่กระหายความรู้และต้องการสิ่งแวดล้อมที่สุมอยู่กับองค์ความรู้ทางวิชาการ ทำให้ท่านนั้นได้ลาออกจากงานที่ทำอยู่และอพยพไปยังเมืองเฟซ (Fez) ณ ขณะนั้น ในเมืองนี้กำลังเผชิญสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองซึ่งส่งผลต่อแนวคิดและผลงานของท่านในเวลาต่อมา ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองนั้นยังได้ครอบคลุมไปถึงหมู่บ้านเล็กๆที่ชื่อว่า หมู่บ้านกอลัต บิน ซาลามะฮฺ (Qalat Ibn Salama) ที่แอลจีเรีย ซึ่งที่หมู่บ้านแห่งนี้แหละ เป็นสถานที่ที่ทำให้เขามีโอกาสเขียนหนังสือมูก็อดดีมะฮฺ (Muqaddimah) ซึ่งเป็นหนึ่งในตำราที่โดดเด่นมากที่สุดในบรรดาตำราทางประวัติศาสตร์ต่างๆ
            หลักประวัติศาสตร์ตามแนวคิดของ อิบนุ คอลดูน
            ประวัติศาสตร์คือ องค์ความรู้หรือหลักแห่งการอธิบายซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัย สาเหตุและที่มาที่ไปของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างชาญฉลาด
            ในตำราที่เป็นตำนานของท่านอย่าง “อัล มูก็อดดีมะฮฺ” (Muqaddimah) ได้แบ่งประวัติศาสตร์ออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านที่เป็นพื้นฐาน และด้านที่เป็นรายละเอียด
            ประวัติศาสตร์ด้านที่เป็นพื้นฐานคือ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆในอดีต แต่ในทางกลับกัน ประวัติศาสตร์ด้านที่เป็นรายละเอียดคือ การศึกษาในเรื่องของเหตุผล การวิจารณ์และลงลึกในเชิงวิชาการเพื่อค้นหาความจริง จะเห็นได้ว่า การศึกษาประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์นั้น ไม่ใช่แค่ศึกษาผ่านการบันทึกของคนก่อนๆเพียงเท่านั้น
            ในหนังสือ “อัล มูก็อดดีมะฮฺ” (Muqaddimah) อิบนุ คอลดูนได้พูดถึงเกี่ยวกับบทบาทของความรู้เชิงประวัติศาสตร์มากมาย และท่านก็ได้พูดถึงความประมาทและสะเพร่าของนักบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจในวงกว้างและลดอุบัติการณ์ของการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ อิบนุ คอลดูนจึงปรับเปลี่ยนขอบเขตทางประวัติศาสตร์ที่ก่อนหน้านี้เน้นแค่ที่เหตุการณ์ทางการทหาร การเมืองและรัฐบาล
            ในขอบเขตที่จะเป็นไปในทางเฉพาะด้านนี้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดความบกพร่อง ไม่ครอบคลุม และไม่ยุติธรรม ทั้งๆที่ประวัติศาสตร์ควรเป็นไปในทางที่หลากหลายและทั่วถึง นี่อาจจะเป็นเพราะความลำเอียงของนักประวัติศาสตร์สมัยก่อน
            หน้าที่และวัตถุประสงค์ของประวัติศาสตร์
            หน้าที่และวัตถุประสงค์ของประวัติศาสตร์ตามแนวคิดของอิบนุ คอลดูนนั้นมีหลากหลาย ด้วยกับประวัติศาสตร์ ทำให้เรารับรู้ถึงสภาพแวดล้อม พฤติกรรมทางสังคมและเชื้อชาติของคนก่อนๆ พร้อมด้วยกับจรรยาทางการเมือง ผู้มีอิทธิพล และราชวงศ์ ประวัติศาสตร์นั้นเปรียบเสมือนหลักปรัชญาทางการเมือง เปรียบเสมือนประสบการณ์และบทเรียนแด่รุ่นสู่รุ่น เปรียบเสมือนโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อปัจจุบันและอนาคต

ความคิดเห็น