บนีอิสรออีลในยุคของนบีดาวูด
อะลัยฮิสสลาม (Devid) (ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสต์ศักราช)
ในสมัยของซามูเอล
บนีอิสรออีลต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานของกษตริย์ญาลูต
ด้วยการชี้นำจากพระผู้เป็นเจ้า ซามูเอลจึงแต่งตั้ง ฏอลูต
ให้เป็นผู้นำในการออกศึกครั้งนี้ ส่วนหนึ่งของบนีอิสรออีล
ไม่ยอมรับในการเป็นผู้นำของฏอลูต เนื่องจากผู้นำต้องสืบเชื้อสายมาจากยาฮูซา แต่
ฏอลูต สืบเชื้อสายมาจาก บุนญามีน ในสงครามครั้งนี้
กษัตริย์ญาลูตถูกฆ่าตายโดยฝีมือของ ดาวูด อะลัยฮิสสลาม
หนึ่งในบรรดาพลทหารชั้นสูงของ ฏอลูต
ภายหลังการเสียชีวิตของ
ซามูเอล และ ฏอลูต คนที่ได้รับตำแหน่งเป็นกษัตริย์ต่อมาคือ กษัตริย์ดาวูด
อะลัยฮิสสลาม พร้อมกับถูกยกตำแหน่งให้เป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺไปด้วย
บนีอิสรออีลในยุคของนบีสุไลมาน
อะลัยฮิสสลาม (Solomon) (ศตวรรษที่ 9 ก่อนคริสต์ศักราช)
หลังจากการเสียชีวิตของท่านนบีดาวูด
อะลัยฮิสลาม ตำแหน่งกษัตริย์ถูกแทนที่โดยกษัตริย์โซโลมอน หรือนบีสุไลมาน
อะลัยฮิสลาม อาณาจักรในสมัยที่ท่านปกครองนั้นเจริญรุ่งเรืองมากจนสามารถขยายความสัมพันธ์ไปถึงดินแดนซาบา
(Kingdom of Cheba) แห่งเยเมนของเจ้าหญิงบิลกิส (Bilqis)
ในยุคที่ท่านปกครองนั้น มีผู้ช่วยของท่านคนหนึ่งชื่อ ญัรบาอัม (Yarba’am) พยายามที่จะยึดอำนาจและก่อจลาจล
แต่ประสบกับความล้มเหลว จึงหนีลี้ภัยไปยังอาณาจักรอียิปต์
และกลับมาอีกครั้งหลังจากที่กษัตริย์โซโลมอนเสียชีวิต
ความตกต่ำทางด้านศีลธรรมและการแตกแยกของวงศ์วานอิสรออีล (ศตวรรษที่ 9 - 5 ก่อนคริสต์ศักราช)
ผู้ที่ได้รับตำแหน่งเป็นกษัตริย์ของอิสรออีลแทนกษัตริย์โซโลมอนคือ
กษัตริย์เรฮาเบอัม (Rehabe’am) ประมาณ 931 ก่อนคริสตศักราช
ในยุคนี้ อาณาจักรต้องแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนเหนือ
และส่วนใต้ เนื่องจากมี 10
เผ่าที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์โซโลมอนได้แยกตัวออกมาและก่อตั้งรัฐเอกราชปกครองตนเอง
พวกเขาแต่งตั้ง เญเรโบอัม (Jerebo’am) เป็นกษัตริย์ของพวกเขา และปกครองอิสรออีลที่อยู่ส่วนเหนือ
![]() |
| เครดิตภาพ : https://www.conformingtojesus.com /charts-maps/en/israel_and_judah_map.htm |
ในส่วนของอิสรออีลใต้นั้นมี
เรฮาเบอัม เป็นกษัตริย์ และมีเมืองหลวงตั้งอยู่ที่นครเยรูซาเล็ม
อิสรออีลใต้หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ อาณาจักรจูดาห์ (Kingdom of Judah)
มีพลเมืองหลักมาจาก 2 เผ่าใหญ่ๆ
คือเผ่าจูดาห์ (Judah / Judea) และ เผ่าบุนญามิน (Bejamin)
ในส่วนของอิสรออีลเหนือนั้น (Kingdom of Northern Isra’el) มีเมืองหลวงอยู่ที่ ซามาเรีย (Samaria) ในปี 721 ก่อนคริสตศักราช
เมืองซามาเรียถูกบุกรุกโดยกองทัพเผ่าอาชูร (Assyria) ที่นำโดย แชลมาเนเสอร์ ที่ 5 (Chalmaneser V)
และสานต่อโดยกษัตริย์ซาร์กอน ที่ 2 (Sargon II) หลังจากนั้นหนึ่งปี เมืองซามาเรียถูกตีแตกและโดยทำลายอย่างสิ้นซาก
ท้ายที่สุด พลเมืองผู้อยู่อาศัยหลักที่ประกอบด้วยเผ่าบนีอิสรออีล 10 เผ่าถูกฆ่าล้างเกือบหมดสิ้น
และบางส่วนถูกเนรเทศไปยัง คูราซาน (Khorasan) หรือแถบประเทศอิหร่านตะวันออกและอัฟกานิสถานตะวันตกในปัจจุบัน
นับแต่นั้นมา ประวัติศาสตร์ของชนเผ่าเหล่านี้ไม่เคยถูกพูกถึงอีกเลยและเชื่อกันว่าชาวยิวในยุคนี้ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
![]() |
| เขตพื้นที่ดินแดนของอาณาจักรบาบิโลนภายใต้กษัตริย์เนบูกัดเนซซาร์ II (ปกครองปี 605 - 562 ก่อนคริสต์ศัตวรรต) |
ในปี 586 ก่อนคริสต์ศักราช อาณาจักรยิวทางใต้
(จูดาห์) ถูกรุกรานโดยกษัตริย์เนบูกัดเนซซาร์ II แห่งบาบิโลน
ป้อมปราการทั้งหมดรวมทั้งบัยตุลมักดิสถูกทำลาย คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนายูดาย (โตราห์) ถูกเผาทิ้ง หนึ่งในสามของประชากรถูกฆาตกรรม
ประชากรส่วนที่เหลือถูกจับเป็นเชลยและถูกใช้เป็นทาสทำงานให้แก่กษัตริย์แห่งบาบิโลน
ส่วนผู้หญิง คนชราและเด็กถูกปล่อยให้เป็นอิสระ
วงศ์วานอิสรออีลและศาสนายิว
(Judah)
ชาวบาบิโลนจะเรียกขานผู้อาศัยในดินแดนที่พวกเขารุกรานว่า
“ชาวยิว” (Jewish)
สอดคล้องกับความเชื่อหรือความศรัทธาที่พวกเขานับถือ คือ ศาสนายิว (Judah) ตั้งแต่นั้นมา คำว่า “ยิว” (Jew) จะถูกเรียกต่อคนที่นับถือศาสนายิว
(Judah) ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะไม่ใช่ลูกหลานของวงศ์วานอิสรออีลก็ตาม
ความแตกต่างระหว่างวงศ์วานอิสรออีลและชาวยิว คือ
วงศ์วานอิสรออีลหรือบนีอิสรออีล หมายถึง บุคคลที่สืบสกุลมาจากนบียะกูบ อะลัยฮิสลาม
(Jacob) ถึงแม้ว่าเขาผู้นั้นจะนับถือศาสนายิวหรือไม่ก็ตาม ส่วนชาวยิว หมายถึง
บุคคลที่นับถือศาสนายิว ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นลูกหลานของวงศ์วานอิสรออีลหรือไม่ก็ตาม


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น