ประวัติศาสตร์วงศ์วานบนีอิสรออีลและชาติยิว (2)


          

            บนีอิสรออีลในยุคของนบีดาวูด อะลัยฮิสสลาม (Devid(ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสต์ศักราช)
            ในสมัยของซามูเอล บนีอิสรออีลต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานของกษตริย์ญาลูต ด้วยการชี้นำจากพระผู้เป็นเจ้า ซามูเอลจึงแต่งตั้ง ฏอลูต ให้เป็นผู้นำในการออกศึกครั้งนี้ ส่วนหนึ่งของบนีอิสรออีล ไม่ยอมรับในการเป็นผู้นำของฏอลูต เนื่องจากผู้นำต้องสืบเชื้อสายมาจากยาฮูซา แต่ ฏอลูต สืบเชื้อสายมาจาก บุนญามีน ในสงครามครั้งนี้ กษัตริย์ญาลูตถูกฆ่าตายโดยฝีมือของ ดาวูด อะลัยฮิสสลาม หนึ่งในบรรดาพลทหารชั้นสูงของ ฏอลูต
            ภายหลังการเสียชีวิตของ ซามูเอล และ ฏอลูต คนที่ได้รับตำแหน่งเป็นกษัตริย์ต่อมาคือ กษัตริย์ดาวูด อะลัยฮิสสลาม พร้อมกับถูกยกตำแหน่งให้เป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺไปด้วย
            บนีอิสรออีลในยุคของนบีสุไลมาน อะลัยฮิสสลาม (Solomon(ศตวรรษที่ 9 ก่อนคริสต์ศักราช)


      หลังจากการเสียชีวิตของท่านนบีดาวูด อะลัยฮิสลาม ตำแหน่งกษัตริย์ถูกแทนที่โดยกษัตริย์โซโลมอน หรือนบีสุไลมาน อะลัยฮิสลาม อาณาจักรในสมัยที่ท่านปกครองนั้นเจริญรุ่งเรืองมากจนสามารถขยายความสัมพันธ์ไปถึงดินแดนซาบา (Kingdom of Cheba) แห่งเยเมนของเจ้าหญิงบิลกิส (Bilqis) ในยุคที่ท่านปกครองนั้น มีผู้ช่วยของท่านคนหนึ่งชื่อ ญัรบาอัม (Yarba’am) พยายามที่จะยึดอำนาจและก่อจลาจล แต่ประสบกับความล้มเหลว จึงหนีลี้ภัยไปยังอาณาจักรอียิปต์ และกลับมาอีกครั้งหลังจากที่กษัตริย์โซโลมอนเสียชีวิต
            ความตกต่ำทางด้านศีลธรรมและการแตกแยกของวงศ์วานอิสรออีล (ศตวรรษที่ 9 - 5 ก่อนคริสต์ศักราช)
      ผู้ที่ได้รับตำแหน่งเป็นกษัตริย์ของอิสรออีลแทนกษัตริย์โซโลมอนคือ กษัตริย์เรฮาเบอัม (Rehabe’am) ประมาณ 931 ก่อนคริสตศักราช ในยุคนี้ อาณาจักรต้องแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนเหนือ
เครดิตภาพ : https://www.conformingtojesus.com
/charts-maps/en/israel_and_judah_map.htm
และส่วนใต้ เนื่องจากมี
10 เผ่าที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์โซโลมอนได้แยกตัวออกมาและก่อตั้งรัฐเอกราชปกครองตนเอง พวกเขาแต่งตั้ง เญเรโบอัม (Jerebo’am) เป็นกษัตริย์ของพวกเขา และปกครองอิสรออีลที่อยู่ส่วนเหนือ
            ในส่วนของอิสรออีลใต้นั้นมี เรฮาเบอัม เป็นกษัตริย์ และมีเมืองหลวงตั้งอยู่ที่นครเยรูซาเล็ม อิสรออีลใต้หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ อาณาจักรจูดาห์ (Kingdom of Judah) มีพลเมืองหลักมาจาก 2 เผ่าใหญ่ๆ คือเผ่าจูดาห์ (Judah / Judea) และ เผ่าบุนญามิน (Bejamin) ในส่วนของอิสรออีลเหนือนั้น (Kingdom of Northern Isra’el) มีเมืองหลวงอยู่ที่ ซามาเรีย (Samaria) ในปี 721 ก่อนคริสตศักราช เมืองซามาเรียถูกบุกรุกโดยกองทัพเผ่าอาชูร (Assyria) ที่นำโดย แชลมาเนเสอร์ ที่ 5 (Chalmaneser V) และสานต่อโดยกษัตริย์ซาร์กอน ที่ 2 (Sargon II) หลังจากนั้นหนึ่งปี เมืองซามาเรียถูกตีแตกและโดยทำลายอย่างสิ้นซาก ท้ายที่สุด พลเมืองผู้อยู่อาศัยหลักที่ประกอบด้วยเผ่าบนีอิสรออีล 10 เผ่าถูกฆ่าล้างเกือบหมดสิ้น และบางส่วนถูกเนรเทศไปยัง คูราซาน (Khorasanหรือแถบประเทศอิหร่านตะวันออกและอัฟกานิสถานตะวันตกในปัจจุบัน นับแต่นั้นมา ประวัติศาสตร์ของชนเผ่าเหล่านี้ไม่เคยถูกพูกถึงอีกเลยและเชื่อกันว่าชาวยิวในยุคนี้ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
เขตพื้นที่ดินแดนของอาณาจักรบาบิโลนภายใต้กษัตริย์เนบูกัดเนซซาร์ II
(ปกครองปี 605 - 562 ก่อนคริสต์ศัตวรรต)

            ในปี 586 ก่อนคริสต์ศักราช อาณาจักรยิวทางใต้ (จูดาห์) ถูกรุกรานโดยกษัตริย์เนบูกัดเนซซาร์ II แห่งบาบิโลน ป้อมปราการทั้งหมดรวมทั้งบัยตุลมักดิสถูกทำลาย คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนายูดาย (โตราห์) ถูกเผาทิ้ง หนึ่งในสามของประชากรถูกฆาตกรรม ประชากรส่วนที่เหลือถูกจับเป็นเชลยและถูกใช้เป็นทาสทำงานให้แก่กษัตริย์แห่งบาบิโลน ส่วนผู้หญิง คนชราและเด็กถูกปล่อยให้เป็นอิสระ
            วงศ์วานอิสรออีลและศาสนายิว (Judah)
            ชาวบาบิโลนจะเรียกขานผู้อาศัยในดินแดนที่พวกเขารุกรานว่า “ชาวยิว” (Jewish) สอดคล้องกับความเชื่อหรือความศรัทธาที่พวกเขานับถือ คือ ศาสนายิว (Judah) ตั้งแต่นั้นมา คำว่า “ยิว” (Jew) จะถูกเรียกต่อคนที่นับถือศาสนายิว (Judah) ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะไม่ใช่ลูกหลานของวงศ์วานอิสรออีลก็ตาม
            ความแตกต่างระหว่างวงศ์วานอิสรออีลและชาวยิว คือ วงศ์วานอิสรออีลหรือบนีอิสรออีล หมายถึง บุคคลที่สืบสกุลมาจากนบียะกูบ อะลัยฮิสลาม (Jacob) ถึงแม้ว่าเขาผู้นั้นจะนับถือศาสนายิวหรือไม่ก็ตาม ส่วนชาวยิว หมายถึง บุคคลที่นับถือศาสนายิว ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นลูกหลานของวงศ์วานอิสรออีลหรือไม่ก็ตาม

ความคิดเห็น